สำหรับนักท่องเที่ยว เวลาเปิดแอพจองห้องต่างๆเพื่อดูราคาและวันว่าง เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ดาวที่แต่ละโรงแรมได้รับ เค้าแบ่งกันยังไง ทำไมโรงแรม5ดาวถึงหรูสุด แล้วโรงแรม1ดาวมันจะเป็นแบบไหน

ว่ากันว่า อังกฤษกับฝรั่งเศสเป็นประเทศแรก ที่เริ่มใช้สัญลักษณ์รูปดาวครับ และนิยมเพราะมันดูเข้าใจง่าย โดยแบ่งได้ประมาณนี้

โรงแรมที่รับ 1 ดาว จะต้องมีเตียง มีห้องน้ำพร้อมฝักบัว มีสบู่แชมพู ทำความสะอาดห้องทุกวัน ทีวีกับโต๊ะ รีเซปชั่น แฟกซ์ โทรศัพท์กลาง เครื่องดื่มมีให้ซื้อ และเก็บมัดจำค่าห้องได้

hostel นับเป็นโรงแรม1ดาวประเภทหนึ่ง

สองดาวนี่ต้องมีบุฟเฟ่ต์มื้อเช้าครับ บางที่ก็ถามลูกค้าว่าจะทานไหมถึงจะทำ มีไฟหัวเตียง ผ้าเช็ดตัว พวกอุปกรณ์ในห้องน้ำครบ และจ่ายเงินตัดบัตรเครดิตได้

อาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ ที่สองดาวควรจะมี

สามดาว เพิ่มเติมต้องมีอินเทอร์เนตให้ใช้ มีรีเซปชั่นที่พูดได้หลายภาษา มีโทรศัพท์ ไดร์เป่าผมในห้องพัก โต๊ะเครื่องแป้งดีๆ ตู้เก็บเสื้อผ้าเก็บของ สถานที่สวยงาม

โรงแรมสี่ดาว ต้องมีห้องอาหารดีๆและอร่อย มีล๊อบบี้สวย อาหารเช้าเยี่ยมๆ ในห้องต้องมีโต๊ะทำงาน มินิบาร์ โซฟาเสริม แล้วก็พวกอุปกรณ์ในห้องน้ำครบครัน สถานที่ต้องยอดเยี่ยม มีสระว่ายน้ำและฟิตเนส

สถานที่งดงาม ทำเลดีเยี่ยมของโรงแรม4-5ดาว

ส่วนโรงแรมห้าดาวนั้น จะต้องเปิด24ชม.​ บริการกันทั้งวัน มีพนักงานครบทั้ง doorman concierge ฯลฯ  ห้องรับลูกค้าดีๆ มีตู้เซฟในห้อง บริการซักรีด และแน่นอน อาหารต้องอร่อยมาก ที่นอนต้องดี สถานที่ต้องสวยและดูดีมาก

บริการชั้นเลิศ เหนือความคาดหมาย คือนิยามของโรงแรม5ดาว

ได้ดาวน้อยดาวมาก บริการต่างกันจริงหรือไม่

เอาเข้าจริง โรงแรมที่ได้ดาวใกล้กัน มันก็จะเหลื่อมๆกันครับ บางครั้งหากคุณลอง search หา โรงแรมดาวเดียว ดูทำเลดูห้องพักแล้วมันอาจจะแจ่มกว่าสามดาวก็มีออกบ่อย 

และบางครั้ง ในแอพลิเคชั่นจองห้องทั้งหลาย ก็ไม่ได้ตัดสินเรื่องดาว แต่เป็นทางโรงแรมเองที่ใส่ดาวให้ตัวเองครับ มันก็เลยวัดอะไรไม่ได้มาก ยกเว้นแต่ว่าคุณจะนอน 4 ดาวไม่ใช่ 1 ดาว

ดาว ในความหมายของคนทำงาน

แล้วสำหรับคนทำงานโรงแรม ดาวพวกนี้มันมีความหมายถึงหน้าที่ความรับผิดชอบที่เข้มข้นขึ้น มีมาตรฐานมากขึ้น และการให้บริการที่ดีขึ้น

ระดับดาวที่มากขึ้นก็หมายถึงความคาดหวังที่มากขึ้นของลูกค้า

เพราะฉะนั้น พนักงานในโรงแรม 5ดาว ย่อมมีมาตรฐาน การบริการที่ดีเลิศ แบบที่คุณไม่อาจจะคาดหวังได้มากกว่านี้อีกแล้ว ฟังดูเวอร์ๆแต่มันก็เรื่องจริงนะครับ : ))

แบบว่า ยังไม่ทันจะอ้าปาก พนักงานก็รู้แล้วว่าคุณต้องการอะไร เคยไปร้านที่เสริฟอาหารไวๆไหมครับ สั่งๆไปคนรับออเดอร์ก็ตะโกนบอกไป พอสั่งจบ จานแรกยกมาแล้ว

สรุปดาวเยอะ ดีจริงไหม

ถ้าเป็นโรงแรมราคาประหยัด คุณก็ต้องทำทุกสิ่งด้วยตัวเอง ตั้งแต่ยกกระเป๋า เดินขึ้นห้อง และหาอะไรทานเอง เพราะพนักงานจะทำเพียงเก็บเงิน ยื่นกุญแจ และรอคุณเช็คเอาท์

แต่หากเจ้าของโรงแรม 1 ดาว อบรมพนักงานให้บริการดีขึ้น มีมารยาทมากขึ้น ช่วยเหลือลูกค้ามากขึ้น โรงแรมแห่งนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องรอรับดาวเพิ่มครับ เพราะลูกค้าจะบอกต่อและให้ดาวที่มากกว่าเอง

กลับกัน ถ้าเจ้าของโรงแรมสามดาว ไม่เอาใจใส่พนักงาน ไม่ปรุบปรุงเรื่องบริการหรืออาหาร ลูกค้าก็จะบอกต่อเช่นกัน แต่ในด้านตรงข้าม

เรื่องของจำนวนดาวสำหรับโรงแรม จึงเหมือนเป็นเพียงเรื่องสมมุติขึ้น ไม่ได้มีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง (ในประเทศเรานะครับ)

การมีดาวน้อยหรือดาวมากจึงบอกไม่ค่อยได้ว่าโรงแรมแห่งนี้บริการดีหรือแย่ ลูกค้าควรจะอ่านรีวิว ดูทำเล ดูราคา อันจะทำให้คุณได้ในสิ่งที่ควรได้จริงๆจากการมานอนพักในโรงแรมครับ. 

ภาพประกอบจาก : unsplash.com

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here