มาต่อกันกับข้อมูลที่ได้รับมาจากเวบไซต์ดัง siteminder เกี่ยวกับ trend ของการท่องเที่ยว การจองห้องพัก และพฤติกรรมของลูกค้าในช่องทางออนไลน์

6. พบว่า ระยะเวลาในการจองห้องพัก จะมีการจองแบบ Last minute คือเข้าพักวันนี้เลย ประมาณ 38%  ถัดมาเป็นการจองก่อนล่วงหน้า1สัปดาห์ มีมากถึง 53% ของการจองห้องพักทั้งหมด และอีกเพียง 19% เป็นการจองแบบที่เรียกว่า Early booking คือจองล่วงหน้านานๆ

ข้อมูลตรงนี้บอกให้เราทราบถึงระยะเวลาในการตัดสินใจที่จะจองห้องพัก ซึ่งมันจะสัมพันธ์กับเวลาที่โรงแรมทำแคมเปญต่างๆครับ  ครีเอทการทำแคมเปญการตลาดวันนี้ สัปดาห์หน้าเริ่มปล่อยแคมเปญ เพื่อที่จะได้ลูกค้ามาพักในสัปดาห์ที่3

ตัวอย่างเช่น เราอยากทำแคมเปญวันลอยกระทง ก็ควรคิดกันในสัปดาห์แรกของเดือน จากนั้นค่อยโปรโมทลงโฆษณาในสัปดาห์ที่สอง เพื่อที่จะให้กลุ่มว่าที่ลูกค้าได้เห็นแคมเปญโฆษณาก่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์นั่นเองครับ

แคมเปญวันลอยกระทง จากเวบไซต์หนึ่ง ที่ขายดินเนอร์พร้อมล่องเรือดูเทศกาล

 7. สถิติอันนี้ก็น่าสนใจครับ เค้าให้ข้อมูลว่า 45%ของคนที่มีแผนจะออกเดินทางนั้น  มีลิสสถานที่ที่ต้องการจะไปไว้ในใจอยู่แล้ว  และจากจำนวนที่ว่ามา กว่า 87% จะเดินทางภายในปีหน้า 

เมื่อถามถึงสถานที่ที่ลิสไว้ในใจที่ว่า 47%อยากจะไปเห็น wonders of the world ก็คือสถานที่ชื่อดังทั้งหลาย ในบ้านเราก็เช่น วัดพระแก้วมรกต หรือตลาดน้ำ มี35%ที่อยากลองอาหารท้องถิ่น 34%ต้องการจะไปชายหาดสวยๆ และ34%จะไปพวกสวนสนุก

ทานอาหารท้องถิ่นนับเป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้ยามท่องเที่ยว

ตรงนี้เราสามารถนำมาเป็น cross sell ขายพ่วงได้ครับ เช่นโรงแรมคุณอาจจะอยู่ใกล้กับสถานที่ดังๆหรือร้านอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ ก็ทำแพกเกจรวมค่าห้องพักเข้าไปกับค่าเข้าชมสถานที่หรือค่าห้องพร้อมมื้อเย็นที่หาทานได้ยาก กระตุ้นความอยากมาพักมาเที่ยวย่านใกล้โรงแรมเราครับ

8. กลุ่มคนในวัยที่เรียกกันว่า Millennial กำลังเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่สุด ซึ่งก็คือคนที่เกิดประมาณค.ศ. 1981-1996 หรือคนที่มีอายุ 21-37 ปี เป็นกลุ่มที่ไม่ยึดติดในแบรนด์ใดๆ และเปลี่ยนไปใช้แบรนด์คู่แข่งเราได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อหากได้รับข้อเสนอที่ดีกว่า

มิลเลนเนียลคือกลุ่มลูกค้ารายใหญ่

แต่กลุ่มนี้ก็จะยังใช้ OTAในการจองห้องพักเสียเป็นส่วนใหญ่ครับ เพราะข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ ระบบการค้นหาห้องพักระดับโลก และโปรโมชั่นส่วนลดแบบที่โรงแรมส่วนใหญ่ยังงงๆอยู่ว่าโรงแรมเราลดราคาได้ขนาดนี้เลยหรือ

เมื่อมีข้อเสนอที่ดีกว่า รวดเร็วกว่า เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยว ทำไมถึงจะไม่ใช้มัน ซึ่งโรงแรมเองก็จำเป็นต้องใช้ช่องทางนี้ให้คุ้มค่าที่สุด มองว่าเป็นช่องทางการตลาดที่จำเป็นต้องใช้ และใช้มันให้คุ้มค่าครับ

9. เมื่อรวมกับข้อมูลที่ว่า OTA นั้น เติบโตในแง่ของผู้ใช้งานและรายได้ถึง 39% ในแต่ละปี และคาดการณ์ว่าจะไปถึง 41% ในปี 2020

ก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงอนาคตในการทำงานด้านการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจโรงแรมที่พักว่าควรจะยืนหยัดต่อต้านหรือใช้มันให้เป็น 

เริ่มต้นที่โลเคชั่น บริการที่ดี ราคาเหมาะสม และการบอกต่อของผู้เข้าพัก ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่เยี่ยมยอดสำหรับงานการตลาดโรงแรม

โรงแรมควรจะมองว่า OTA คือหนึ่งในช่องทางการตลาด และพยายามพัฒนาช่องทางที่เป็นของเราเองให้ดีขึ้น นักท่องเที่ยวหรือกลุ่มเป้าหมาย สามารถโทรมาจองได้ง่ายขึ้น กดจองออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

พัฒนากลยุทธิ์ทางด้านระดับราคา การสร้างแผนการตลาดที่สอดคล้องกับราคา รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์อย่างการรีวิวและภาพถ่ายสวยๆกระตุ้นความอยากมาพัก

และทั้งหมดนี้ก็จะทำให้มียอดจองห้องพักเพิ่มมากขึ้นทั้งจาก OTA และจากการจองโดยตรงมายังมที่พักอย่างแน่นอนครับ

ภาพประกอบจาก : veltra.com, freepik.com, freerangestock.com

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here